“Human KM” ศาสตร์และศิลป์ของการจัดการความรู้

แนวคิด: “มนุษย์” คือ ทุน ที่สำคัญขององค์กร ที่สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างไม่จำกัด ฉะนั้นหากองค์กรใดมี “ทุนมนุษย์” ที่ดีและสามารถนำศักยภาพของคนออกมาใช้ประโยชน์ต่อองค์กรได้เต็มที่ องค์กรนั้นก็เติบโต แข่งขัน และดำรงอยู่ได้อย่างแข็งแรงแม้ในสภาวการณ์ที่วิกฤติรอบด้าน รวมทั้งก้าวสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้โดยไม่ยาก KM ของ สคส. จึงเน้นที่การจัดการ “คน” เป็นสำคัญ เพราะหากจัดการส่วนนี้ได้ จะส่งผลให้จัดการด้านอื่นๆ ง่ายและยั่งยืนขึ้น ซึ่งการจัดการคนจำเป็นต้องใช้ทั้ง “ศาสตร์และศิลป์” ของ KM เข้าไปช่วยหนุนเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่เติบโตมาจากภายในตัวบุคคล และ “พัฒนากันเอง” เพื่อเพิ่มคุณค่าและมูลค่าต่อกัน นำ “ความรู้ปฏิบัติ” ของแต่ละคน มารวมกันให้เป็นความรู้ขององค์กร เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน สิ่งที่จะได้เรียนรู้: ภาพรวม KM พื้นฐานตามแนวคิด สคส. ฝึกทักษะการใช้เครื่องมือ KM เบื้องต้นสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้แนวทางการนำ Human KM ไปปรับประยุกต์ใช้กับองค์กร ครอบครัว และตนเอง รูปแบบการเรียนรู้:  การเรียนรู้แบบ Play&Learn ผ่านกิจกรรมการฝึกทักษะและเรียนรู้แบบกลุ่ม กำหนดจัดวันที่ 27-28 มีนาคม…

โมเดลปลาทู กับการเริ่มต้นการจัดการความรู้

หลังจากนั้นก็รวบรวมองค์ความรู้ ซึ่งจะเป็นเรื่องเล่าหรือเทคนิคดีๆ ของแต่ละคน ที่ได้จากวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาจัดเก็บไว้ในคลังความรู้ หรือส่วนที่เรียกว่า หางปลา

บรรยากาศการเรียนรู้

บรรยากาศในห้องเ็ต็มไปด้วยไฟของการอยากรู้ และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

  • อากาศเย็น
  • ถาม ถาม ถาม
  • ตอบ ตอบ ตอบ
  • สิ่งที่ไม่เคยขาด “อาหาร… น้ำดื่ม…”
  • สมอง หู ตา มือ คอม ทำงานไปพร้อม ๆ กัน  อย่าได้คิดเรื่องอื่น เลยนะ… สมาธิหายหมด จะตามเพื่อนไม่ทัน.. เช่นตอนนี้ที่กำลังพิมพ์

เปิดบ้านใหม่ สคส.

วันนี้ สคส. ได้ฤกษ์ดี เปิดใช้งานบ้านใหม่ สคส. ที่ไฉไลกว่าเดิม เพื่อเตรียมต้อนรับ AEC (หรือเปล่า) ผู้สนใจสามารถเข้ามาเยี่ยมชมบ้านใหม่ของ สคส. ได้เลยนะคะ เราจะได้รู้จักและใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

จัดการความรู้เรื่องอะไร? จัดการไปทำไม?

“การจัดการความรู้” (Knowledge Management: KM)  ในเมืองไทยวันนี้   ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับหลายองค์กร โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ และหน่วยงานของรัฐ    แต่ก็ยังพบอีกไม่น้อยที่ยังไม่รู้จัก KM เลย    อันที่จริงแล้วทุกองค์กรต่างเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้  ทั้งที่รู้ตัว  และไม่รู้ตัว  มากบ้าง  น้อยบ้างต่างกันไป    อาจเป็นเพราะด้วยชื่อของมันที่ดูขึงขัง  ซึ่งมีทั้ง  “การจัดการ” (Management)  แถมยังมีคำว่า “ความรู้” (Knowledge)  เข้ามาร่วมผสมโรงอีก  เลยดูซีเรียสเข้าไปใหญ่  แค่ได้ยินชื่อ ก็ไม่อยากรู้จักแล้ว หากตั้งคำถามใหม่ว่า  “มีองค์กรใดบ้างที่ตั้งแต่ทำงานมา  ไม่ได้ใช้ความรู้อะไรเลย?”   หรือ  “มีองค์กรใดบ้างที่ไม่เคยรู้ว่ามีความรู้อะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับการทำงานในบริบทของตนเอง?”     คงจะหายากสำหรับองค์กรที่ตอบว่า “ไม่ได้ใช้ความรู้อะไรเลย”  หรือ  “ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าความรู้ที่จำเป็นสำหรับงานของตนเองนั้นมีอะไรบ้าง”    เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถดำรงอยู่ได้มาจนถึงวันนี้    นั่นแสดงว่าต้องเกี่ยวข้องกับการใช้ความรู้อยู่บ้างไม่มากก็น้อย    หากเริ่มอย่างนี้  ก็เท่ากับมองเห็นว่า  องค์กรใดๆ ย่อมหนีจากการเกี่ยวข้องกับความรู้ไม่ได้เลย   แม้แต่ชีวิตเราก็หนีความรู้ที่ทำให้เราอยู่บนโลกนี้ได้อย่างมีความสุขไม่ได้เช่นกัน แต่จากประสบการณ์ส่งเสริมการจัดการความรู้ในบ้านเรา  หลุมพรางใหญ่ไม่ใช่ “เทคนิค” หรือ “วิธีการ” ของการจัดการความรู้   ไม่ว่าเครื่องมือใดๆ เมื่อนำเข้ามาในองค์กร  ถูกนำเข้ามาในฐานะ  “ภาระ”   ใหม่ของคนทำงาน  เราจึงต้องเจอกับอาการต่อต้านของคนหน้างาน …

เห่อ.. บ้านใหม่ สคส.

ตอนนี้ชาว สคส. กำลังเฮฮากับการลองผิดลองถูก  ใส่ข้อมูลต่างๆ ลงในเว็บไซต์ใหม่ หรือ บ้านใหม่ของ สคส.  เนื่องจากข้อมูลของเราเยอะมากๆๆๆๆ (555) และพอลงข้อมูลแล้วรู้สึกว่าหน้าเพจควรจะเพิ่มตรงนั้น ลดตรงนี้    แก้ตรงโน้น  สนุกสนานกันใหญ่เลย   จริงๆ แล้วเราคาดหวังว่าจะเปิดตัวบ้านใหม่ให้ทันวันเกิด สคส. คือ 19 ต.ค. 2556  แต่ก็ต้องเลื่อนไปเพราะถ้าเปิดตัวแล้วข้อมูลยังไม่ครบ หน้าบ้านยังไม่งาม  เดี๋ยวผู้อ่านจะไม่ประทับใจและ   จะไม่เข้ามาเยี่ยมเว็บ สคส. อีก   เราจึงต้องพิถีพิถันกันเสียหน่อย

วันนี้ 22 ต.ค. 2556 แล้วพวกเราก็ยังประชุมปรับเปลี่่ยนกันไม่เลิกเลย 555

เอาตัวอย่างหน้า Home Page ที่เราเปลี่ยนมาแล้วหลักๆ 2 version ว่ากว่าจะมีหน้าตาในปัจจุบันมันมีการพัฒนาอย่างไรบ้าง  (สำหรับรายละเอียดปลีกย่อย เล็กๆ น้อยๆ ไม่ขอพูดถึงนะคะว่าเปลี่ยนมากี่รอบแล้ว…)

สะท้อนประเด็น “การถอดบทเรียนความสำเร็จ”

คำว่า “ความสำเร็จ” ของแต่ละคนนั้น อาจมีนิยามที่ไม่เหมือนกัน หลายท่านบอกว่าถ้าดำเนินการได้ตามเป้าหมายก็เรียกว่าสำเร็จ แต่ในเชิง KM แล้ว ผมมองว่าคำว่า “ความสำเร็จ” นั้นกว้างขวางกว่านั้นมาก