สะท้อนประเด็น “การถอดบทเรียนความสำเร็จ”

คำว่า “ความสำเร็จ” ของแต่ละคนนั้น อาจมีนิยามที่ไม่เหมือนกัน หลายท่านบอกว่าถ้าดำเนินการได้ตามเป้าหมายก็เรียกว่าสำเร็จ แต่ในเชิง KM แล้ว ผมมองว่าคำว่า “ความสำเร็จ” นั้นกว้างขวางกว่านั้นมาก

Human KM

ภาพรวมหลักสูตร การพัฒนาองค์กรหรือการปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและซับซ้อนหยั่งลึกถึงวิถีคิด วิถีชีวิตของคนในองค์กร ซึ่งในกระบวนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องการการสนับสนุนและผลักดันจากหลายส่วนหลายด้าน แต่จะทำอย่างไรให้องค์กรสามารถก้าวไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ได้ เครื่องมือหนึ่งที่สำคัญคือ การจัดการความรู้ (Knowledge Management – KM) ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าและคุณค่าให้กับคนทำงานและองค์กร และเนื่องเพราะหลักการแนวคิดหรือสมมติฐานของ KM ที่เชื่อว่า มนุษย์หรือคนทำงานทุกคนมี “ความรู้” อยู่แล้ว และสามารถเรียนรู้หรือเพิ่มเติมความรู้ได้ตลอดเวลาจากการทำงาน ซึ่งก็คือ “ความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge)” นั่นเอง อย่างไรก็ตาม มีหลายองค์กรได้เรียนรู้และใช้ KM ในการจัดระบบหรือคลังความรู้เพียงมิติเดียวเท่านั้น ยังขาดซึ่งมิติสำคัญ คือ “คน” ที่จำเป็นต้องใช้ทั้ง “ศาสตร์และศิลป์ของ KM (Human KM)” เข้าไปช่วยหนุนเสริมให้เกิดการ “พัฒนาตนเอง” ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่เติบโตมาจากภายในตัวบุคคล และ “พัฒนาต่อยอดกันเอง” เพื่อเพิ่มคุณค่าและมูลค่าต่อกัน นำ “ความรู้ฝังลึก” ของแต่ละคน มารวมกันให้เป็นความรู้ขององค์กร เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและสร้างสัมพันธ์ระหว่างกันจนกระทั่งเกิดการเคารพและเห็นคุณค่าซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้องค์กรมีทั้งศักยภาพ ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลอย่างยั่งยืน วัตถุประสงค์ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ และเห็นความสำคัญของการใช้เครื่องมือจัดการความรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้กระบวนการจัดการความรู้อย่างสอดคล้องกลมกลืนอยู่ในวัฒนธรรมการทำงานปกติและพัฒนางานประจำได้…

Overview for Executive

 

ภาพรวมหลักสูตร : เป็นการสัมมนาที่มีเนื้อหาครอบคลุมเรื่องการจัดการความรู้ (Knowledge Management – KM) และการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ที่กระชับสั้นและให้ภาพที่เชื่อมโยงชัดเจน เป็นหลักสูตรที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ นอกจากจะใช้การบรรยายเพื่ออธิบายความหมายของการจัดการความรู้แล้ว ยังได้นำตัวอย่างจริงจากหน่วยงานที่ได้มีการนำหลักการ KM ไปใช้แล้วได้รับผลสำเร็จมาแสดงประกอบการบรรยายด้วย

นอกจากนี้ยังจัดให้มีช่วงทดลองปฏิบัติจริง และจัดให้มีการสะท้อนการเรียนรู้ไว้เป็นระยะ ๆ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าทุกท่านจะได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ต่อไปได้

เพื่อใช้กำหนดกรอบและสนับสนุนให้การจัดการความรู้เกิดขึ้นในองค์กรได้อย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรมและสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำหรับขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้ในที่สุด

รูปแบบการเรียนรู้ : ผ่านการทดลองปฏิบัติ กรณีศึกษา การสะท้อนการเรียนรู้ร่วมกัน

หนังสือส่งความสุข สู่คุณภาพการศึกษา (ราคา 220.-)

หนังสือเล่มนี้ได้กล่าวถึง แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ในศตวรรษที 21 ภาวะและคุณภาพการศึกษาไทยด้านความก้าวหน้าของการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ สภาวะคุณภาพการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชนไทยและทิศทางการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกับบริบททางสังคม เป็นต้น ซึ่งถ่ายทอดโดย ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ซึ่งได้สะท้อนภาพความเป็นจริงของระบบการศึกษาไทย รวมทั้งบันทึกเรื่องราวความจริงหลากหลายมิติ ที่สอดแทรกการตีความจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียน

KMI History

สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส. หรือ KMI) ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2545 ในฐานะโครงการภายใต้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ดำเนินการขับเคลื่อนงานการจัดการความรู้ในสังคมไทย โดยมี ศ.นพ. วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาพิเศษของ สกว. (ในขณะนั้น) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ สคส. ได้ศึกษาและพัฒนาศาสตร์ด้านการจัดการความรู้ผ่านโครงการนำร่องต่างๆ อาทิเช่น โครงการพัฒนาเครือข่ายการจัดการความรู้ในโรงพยาบาลภาคเหนือ ตอนล่าง โครงการส่งเสริมการจัดการความรู้การทำนาข้าวในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน (โดยมูลนิธิข้าวขวัญ) ฯลฯ ประสบการณ์ที่ได้รับทำให้ สคส. สามารถนำทฤษฎี การจัดการความรู้ของต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของไทย จนสามารถสร้างโมเดลการจัดการความรู้ และเครื่องมือ การจัดการความรู้ที่ใช้ได้ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และในชุมชน ในวันที่ 19 ตุลาคม 2550 สคส. ได้รับการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (ม.สคส.) ซึ่งถือเป็นการแปรเปลี่ยนรูปแบบ การทำงานในลักษณะโครงการไปสู่การเป็นองค์กรอิสระที่ดำเนินงานแบบ “กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise)” คือบริหารองค์กรให้เลี้ยงตัวเองได้คล้ายกับ องค์กรภาคธุรกิจ หากแต่เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การมุ่งทำกำไรสูงสุด เป้าหมายหลักในการดำเนินงานยังคงเป็นไปเพื่อสร้างเสริมให้คนไทยได้พัฒนาศักยภาพ ในการเรียนรู้ ให้สามารถนำการจัดการความรู้ไปใช้ในชีวิตและในการทำงาน เรียกได้ว่าเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาตน…

เสริมทักษะการเป็น “คุณอำนวย”

ภาพรวมหลักสูตร การพัฒนาองค์กรหรือการปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับ “ความรู้” (knowledge before material) เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและซับซ้อนหยั่งลึกถึงวิถีคิด วิถีชีวิตของคนในองค์กร ซึ่งในกระบวนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ต้องการการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงหรือ “คุณเอื้อ” เพื่อปลุกกระแสทั่วองค์กรให้เกิดบรรยากาศตื่นตัว มั่นใจ ไว้วางใจ เชื่อมั่นและเห็นคุณค่าซึ่งกันและกันเกิดการทำงานอย่างสร้างสรรค์ เกิดการไหลเวียนของความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) และความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ของพนักงานแต่ละคน(Individual Knowledge )พัฒนาต่อยอดเป็นความรู้ขององค์ก ร(Business Knowledge) การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ต้องการ “คุณอำนวย” (Facilitator) หรือ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” (Change Agent) ที่มีศักยภาพในการริเริ่ม กระตุ้น และผลักดันให้พนักงานมีแม่นยำในความรู้ที่เกี่ยวกับส่วนงานของตนเอง สินค้าและบริการของส่วนงานอื่น ๆ รู้เท่าทันการแข่งขันและโอกาสที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมทั้งมีการพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์และบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง เกิดการขยายตัวของความสำเร็จใหม่ ๆ เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ เกิด “ชุมชนนักปฏิบัติ” (Community of Practices) กระจายอยู่ทั่วไปในองค์กร วัตถุประสงค์   เพื่อให้เข้าใจและฝึกทักษะการเป็น “คุณอำนวย” (Facilitator)ในการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ในองค์กรได้ เพื่อให้เข้าใจและฝึกทักษะการใช้เครื่องมือการจัดการความรู้ในการทำงานได้ รูปแบบการเรียนรู้   …

การจัดการความรู้ ฉบับนักปฏิบัติ (ราคา 200.-)

จุดเน้นของหนังสือเล่มนี้ คือ “แนวการปฏิบัติ การนำ KMไปใช้ในองค์กร” พร้อมทั้งบอกเล่าบทบาทคนสำคัญของการจัดการความรู้ แนวทางการเริ่มต้นจัดการความรู้ วิธีดำเนินการ เครื่องมือ และอื่นๆอีกมาย   และจงใจไม่เขียนตามแนวทางทฤษฎี แต่ถ้าอ่านดีๆจะพบว่ามีทฤษฎีอยู่ในการปฏิบัตินั้น ผู้อ่านอาจตีความได้หลายทฤษฎีในแต่ละแนวทางการปฏิบัติ