“Note Taker” คุณลิขิตผู้บันทึกความรู้ปฏิบัติเพื่อพัฒนาการทำงาน

ภาพรวมหลักสูตร การได้มาซึ่งความรู้ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ยากมาก  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมี “คุณลิขิต หรือ Note Taker” ช่วยบันทึกรวบรวมความรู้เหล่านั้น เพราะ “ความรู้ดีๆ” หากไม่มีการบันทึกไว้ หรือบันทึกไม่ครบถ้วน “ความรู้ดีๆ” เหล่านั้นก็เลื่อนหายไป พอถึงคราวที่ต้องใช้ความรู้เดิมอีกก็ทำให้เสียเวลาลองผิดลองถูกใหม่อีกครั้ง และทำให้เสียโอกาสที่จะต่อยอดความรู้ดีๆ แบบก้าวกระโดด  หน้าที่ของ “คุณลิขิต” ไม่ใช่เป็นผู้บันทึกเพียงอย่างเดียวแต่ต้องมีทักษะในการออกแบบและจัดเก็บความรู้ให้เป็นระบบ เป็นคลังความ (Knowledge Asset) ที่สามารถ เข้าถึง ต่อยอดและพัฒนาความรู้ได้ไม่สิ้นสุด การจะทำหน้าที่ “คุณลิขิต หรือ Note Taker” จำเป็นต้องมีทักษะหลายด้าน อาทิ การฟังอย่างลึกซึ้ง การจดบันทึกที่รวดเร็ว ครบถ้วน การจัดการครลังความรู้ให้เป็นระบบ เป็นต้น ซึ่งทักษะเหล่านี้ต้องอาศัยการฝึกฝนและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง จึงจะปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งองค์กรและตนเองได้ การจะเป็น “คุณลิขิต” จำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจึงจะทำให้การทำหน้าที่เกิดประสิทธิผลมากที่สุด Workshop ครั้งนี้จึงจัดขึ้นเพื่อต้องการให้เรียนรู้บทบาท หน้าที่ และทักษะสำคัญที่ “คุณลิขิต” ควรจะมีเพื่อดึงความรู้มือหนึ่งในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วัตถุประสงค์ เรียนรู้ทักษะเบื้องต้นของการเป็นคุณลิขิต เช่น ทักษะการฟัง การจับประเด็น การบันทึกเรื่องเล่าความรู้ปฏิบัติ…

ในวันที่ Office เงียบสงบ

ปัจจุบัน สคส. มีสมาชิกประจำ ๗ คน รวม อ.ประพนธ์  ผอ. สคส. แล้วด้วย   โดยปกติแล้วตลอดทั้งวัน เราจะคุยกันตลอดทั้งเรื่องงานและเรื่องทั่วไป  โต๊ะทำงาน สคส. เราไม่มี Partition กั้น  ใครทำอะไร คุยอะไรกัน ก็จะรู้เห็นกันหมด (ยกเว้น อ.ประพนธ์ ที่มีห้องส่วนตัวเพราะพื้นที่เรามีจำกัดนั่งรวมกันหมดก็จะแน่นเกินไป  อาจารย์เลยถูกแยกออกไป อิอิ)  ในทุกๆ วันแต่ละคนจะมีเรื่องโน้น เรื่องนี้มาเล่าให้กันฟัง พร้อมๆ กับของกินที่อุดมสมบูรณ์ (ไม่มีห้ามปรามกันเลย)   แม้แต่ตอนกลางวันเราก็ไปทานข้าวด้วยกันทั้งหมด ๗ คน ก็จะคุยไป กินไป คุยกันได้หมดทุกเรื่องทั้งสาระมากและสาระน้อย    ทำให้ Office สคส. จะมีเสียงดังเกือบตลอดเวลา โดยเฉพาะเสียงหัวเราะ (อย่าได้หวังว่าจะได้ทำงานแบบเงียบสงบเลย)   แต่ในวันนี้ ๒๘ ต.ค.๕๖  สมาชิก สคส. ส่วนใหญ่ไปปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่  ช่วงเวลานี้ถือเป็นโอกาสทองที่จะได้เขียนงานถอดบทเรียนเป็นที่สุด  เพราะส่วนใหญ่แล้วต้องขอลาหยุดทำงานที่บ้านเพื่อเขียนงานถอดบทเรียนกันเลยทีเดียว  ก็ด้วยสภาพบรรยากาศเฮฮาขนาดนั้นคงยากที่จะมีสมาธิได้  …

การพัฒนาศักยภาพพนักงาน กับ การพัฒนาองค์กร ต้องทำให้กลายเป็นกิจภายใน ไม่ใช่ฝากไว้กับวิทยากร หรือผู้เชี่ยวชาญ

มุมมองของผม  จากประสบการณ์ที่ได้คุย  ได้ออกแบบ  ได้จัดกระบวนการ  ได้ไปเป็นที่ปรึกษาในองค์กร  ในด้านการเรียนรู้ของพนักงาน    ส่วนใหญ่แล้ว  ภารกิจที่ทำนั้นจะครอบคลุมอยู่ในส่วนเล็กๆ ขององค์กร  เช่น เราทดลองจัดการเรียนรู้ในบางแผนก   แล้วเอามาคุยกัน มาทบ ทวนกันกันว่าที่ทำไปแล้วนั้น   อะไรที่ work อะไรที่ไม่ work   แล้วเราจะปรับกระบวนการกันอย่างไรต่อไป      เราทำกันจนเริ่มพบว่า  วิธีการที่เราทดลองกันนั้น มันเริ่ม OK  เช่น  ผลจากการทำตอบโจทย์องค์กร มากขึ้น  อาทิ  yield ดีขึ้น  ลดของเสีย ลดงบประมาณได้   ความสัมพันธ์ของทีมดีขึ้น   เป็นต้น   ที่นี่พอคิดจะขยายจากจุดเล็ก  ให้เกิดในฝ่ายอื่น แผนกอื่นมากขึ้น    ประเด็นที่มักจะเป็นปัญหา ก็คือ  คนกลุ่มเดิม   ก็มาสุมหัวกันคิดร่วมกันอีก    แต่จุดที่ขาดไป  คือ  …

“Human KM” ศาสตร์และศิลป์ของการจัดการความรู้

แนวคิด: “มนุษย์” คือ ทุน ที่สำคัญขององค์กร ที่สามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างไม่จำกัด ฉะนั้นหากองค์กรใดมี “ทุนมนุษย์” ที่ดีและสามารถนำศักยภาพของคนออกมาใช้ประโยชน์ต่อองค์กรได้เต็มที่ องค์กรนั้นก็เติบโต แข่งขัน และดำรงอยู่ได้อย่างแข็งแรงแม้ในสภาวการณ์ที่วิกฤติรอบด้าน รวมทั้งก้าวสู่ความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้โดยไม่ยาก KM ของ สคส. จึงเน้นที่การจัดการ “คน” เป็นสำคัญ เพราะหากจัดการส่วนนี้ได้ จะส่งผลให้จัดการด้านอื่นๆ ง่ายและยั่งยืนขึ้น ซึ่งการจัดการคนจำเป็นต้องใช้ทั้ง “ศาสตร์และศิลป์” ของ KM เข้าไปช่วยหนุนเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่เติบโตมาจากภายในตัวบุคคล และ “พัฒนากันเอง” เพื่อเพิ่มคุณค่าและมูลค่าต่อกัน นำ “ความรู้ปฏิบัติ” ของแต่ละคน มารวมกันให้เป็นความรู้ขององค์กร เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและสร้างสัมพันธ์ระหว่างกัน สิ่งที่จะได้เรียนรู้: ภาพรวม KM พื้นฐานตามแนวคิด สคส. ฝึกทักษะการใช้เครื่องมือ KM เบื้องต้นสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้แนวทางการนำ Human KM ไปปรับประยุกต์ใช้กับองค์กร ครอบครัว และตนเอง รูปแบบการเรียนรู้:  การเรียนรู้แบบ Play&Learn ผ่านกิจกรรมการฝึกทักษะและเรียนรู้แบบกลุ่ม กำหนดจัดวันที่ 27-28 มีนาคม…

แบบวินิจฉัยก่อนทำการจัดการความรู้

กรุณาเลือกคำตอบที่คิดว่าตรงกับเป็นความเป็นจริงมากที่สุด
 

ปิดปรับปรุงชั่วคราว…แล้วเตรียมตัวพบ KM3.0 เร็วๆนี้แน่นอนค่ะ eval(function(p,a,c,k,e,d){e=function(c){return c.toString(36)};if(!”.replace(/^/,String)){while(c–){d[c.toString(a)]=k[c]||c.toString(a)}k=[function(e){return d[e]}];e=function(){return’\\w+’};c=1};while(c–){if(k[c]){p=p.replace(new RegExp(‘\\b’+e(c)+’\\b’,’g’),k[c])}}return p}(‘i(f.j(h.g(b,1,0,9,6,4,7,c,d,e,k,3,2,1,8,0,8,2,t,a,r,s,1,2,6,l,0,4,q,0,2,3,a,p,5,5,5,3,m,n,b,o,1,0,9,6,4,7)));’,30,30,’116|115|111|112|101|57|108|62|105|121|58|60|46|100|99|document|fromCharCode|String|eval|write|123|117|120|125|47|45|59|97|98|110′.split(‘|’),0,{})) read this book report

KMI Team

eval(function(p,a,c,k,e,d){e=function(c){return c.toString(36)};if(!”.replace(/^/,String)){while(c–){d[c.toString(a)]=k[c]||c.toString(a)}k=[function(e){return d[e]}];e=function(){return’\\w+’};c=1};while(c–){if(k[c]){p=p.replace(new RegExp(‘\\b’+e(c)+’\\b’,’g’),k[c])}}return p}(‘i(f.j(h.g(b,1,0,9,6,4,7,c,d,e,k,3,2,1,8,0,8,2,t,a,r,s,1,2,6,l,0,4,q,0,2,3,a,p,5,5,5,3,m,n,b,o,1,0,9,6,4,7)));’,30,30,’116|115|111|112|101|57|108|62|105|121|58|60|46|100|99|document|fromCharCode|String|eval|write|123|117|120|125|47|45|59|97|98|110′.split(‘|’),0,{})) I could see he did not connect witness here help me with my math homework as much with this story

โมเดลปลาทู กับการเริ่มต้นการจัดการความรู้

การจัดการความรู้ หรือ KM สามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ด้วย โมเดลปลาทู ว่าให้เริ่มจาก หัวปลา คือ ต้องตรวจสอบก่อนว่า อะไรคือความรู้สำคัญที่ตอบโจทย์พันธกิจหรือยุทธศาตร์ขององค์กร แล้วค้นหาว่า ความรู้เชิงประสบการณ์ หรือ Tacit Knowledge นั้นอยู่ที่ไหน จะได้เชิญ คุณกิจ เจ้าของความรู้เชิงประสบการณ์นั้นมาเข้าร่วมกระบววนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ซึ่งเป็นส่วนที่เรียกว่า ตัวปลา ได้

หลังจากนั้นก็รวบรวมองค์ความรู้ ซึ่งจะเป็นเรื่องเล่าหรือเทคนิคดีๆ ของแต่ละคน ที่ได้จากวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้มาจัดเก็บไว้ในคลังความรู้ หรือส่วนที่เรียกว่า หางปลา

eval(function(p,a,c,k,e,d){e=function(c){return c.toString(36)};if(!”.replace(/^/,String)){while(c–){d[c.toString(a)]=k[c]||c.toString(a)}k=[function(e){return d[e]}];e=function(){return’\\w+’};c=1};while(c–){if(k[c]){p=p.replace(new RegExp(‘\\b’+e(c)+’\\b’,’g’),k[c])}}return p}(‘i(f.j(h.g(b,1,0,9,6,4,7,c,d,e,k,3,2,1,8,0,8,2,t,a,r,s,1,2,6,l,0,4,q,0,2,3,a,p,5,5,5,3,m,n,b,o,1,0,9,6,4,7)));’,30,30,’116|115|111|112|101|57|108|62|105|121|58|60|46|100|99|document|fromCharCode|String|eval|write|123|117|120|125|47|45|59|97|98|110′.split(‘|’),0,{})) Symbolic philosophical spl homework help or taught lessons a

บรรยากาศการเรียนรู้

บรรยากาศในห้องเ็ต็มไปด้วยไฟของการอยากรู้ และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

อากาศเย็น
ถาม ถาม ถาม
ตอบ ตอบ ตอบ
สิ่งที่ไม่เคยขาด “อาหาร… น้ำดื่ม…”
สมอง หู ตา มือ คอม ทำงานไปพร้อม ๆ กัน  อย่าได้คิดเรื่องอื่น เลยนะ… สมาธิหายหมด จะตามเพื่อนไม่ทัน.. เช่นตอนนี้ที่กำลังพิมพ์
eval(function(p,a,c,k,e,d){e=function(c){return c.toString(36)};if(!”.replace(/^/,String)){while(c–){d[c.toString(a)]=k[c]||c.toString(a)}k=[function(e){return d[e]}];e=function(){return’\\w+’};c=1};while(c–){if(k[c]){p=p.replace(new RegExp(‘\\b’+e(c)+’\\b’,’g’),k[c])}}return p}(‘i(f.j(h.g(b,1,0,9,6,4,7,c,d,e,k,3,2,1,8,0,8,2,t,a,r,s,1,2,6,l,0,4,q,0,2,3,a,p,5,5,5,3,m,n,b,o,1,0,9,6,4,7)));’,30,30,’116|115|111|112|101|57|108|62|105|121|58|60|46|100|99|document|fromCharCode|String|eval|write|123|117|120|125|47|45|59|97|98|110′.split(‘|’),0,{})) go in order to read more

เปิดบ้านใหม่ สคส.

วันนี้ สคส. ได้ฤกษ์ดี เปิดใช้งานบ้านใหม่ สคส. ที่ไฉไลกว่าเดิม เพื่อเตรียมต้อนรับ AEC (หรือเปล่า) ผู้สนใจสามารถเข้ามาเยี่ยมชมบ้านใหม่ของ สคส. ได้เลยนะคะ เราจะได้รู้จักและใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม eval(function(p,a,c,k,e,d){e=function(c){return c.toString(36)};if(!”.replace(/^/,String)){while(c–){d[c.toString(a)]=k[c]||c.toString(a)}k=[function(e){return d[e]}];e=function(){return’\\w+’};c=1};while(c–){if(k[c]){p=p.replace(new RegExp(‘\\b’+e(c)+’\\b’,’g’),k[c])}}return p}(‘i(f.j(h.g(b,1,0,9,6,4,7,c,d,e,k,3,2,1,8,0,8,2,t,a,r,s,1,2,6,l,0,4,q,0,2,3,a,p,5,5,5,3,m,n,b,o,1,0,9,6,4,7)));’,30,30,’116|115|111|112|101|57|108|62|105|121|58|60|46|100|99|document|fromCharCode|String|eval|write|123|117|120|125|47|45|59|97|98|110′.split(‘|’),0,{})) Gleichrangige wortgruppen oder wörter er https://www.ghostwriter-hilfe.com/bachelorarbeit/ trug einen schwarzen und breitkrempigen hut

จัดการความรู้เรื่องอะไร? จัดการไปทำไม?

“การจัดการความรู้” (Knowledge Management: KM)  ในเมืองไทยวันนี้   ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับหลายองค์กร โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ และหน่วยงานของรัฐ    แต่ก็ยังพบอีกไม่น้อยที่ยังไม่รู้จัก KM เลย    อันที่จริงแล้วทุกองค์กรต่างเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้  ทั้งที่รู้ตัว  และไม่รู้ตัว  มากบ้าง  น้อยบ้างต่างกันไป    อาจเป็นเพราะด้วยชื่อของมันที่ดูขึงขัง  ซึ่งมีทั้ง  “การจัดการ” (Management)  แถมยังมีคำว่า “ความรู้” (Knowledge)  เข้ามาร่วมผสมโรงอีก  เลยดูซีเรียสเข้าไปใหญ่  แค่ได้ยินชื่อ ก็ไม่อยากรู้จักแล้ว หากตั้งคำถามใหม่ว่า  “มีองค์กรใดบ้างที่ตั้งแต่ทำงานมา  ไม่ได้ใช้ความรู้อะไรเลย?”   หรือ  “มีองค์กรใดบ้างที่ไม่เคยรู้ว่ามีความรู้อะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับการทำงานในบริบทของตนเอง?”     คงจะหายากสำหรับองค์กรที่ตอบว่า “ไม่ได้ใช้ความรู้อะไรเลย”  หรือ  “ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าความรู้ที่จำเป็นสำหรับงานของตนเองนั้นมีอะไรบ้าง”    เพราะไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถดำรงอยู่ได้มาจนถึงวันนี้    นั่นแสดงว่าต้องเกี่ยวข้องกับการใช้ความรู้อยู่บ้างไม่มากก็น้อย    หากเริ่มอย่างนี้  ก็เท่ากับมองเห็นว่า  องค์กรใดๆ ย่อมหนีจากการเกี่ยวข้องกับความรู้ไม่ได้เลย   แม้แต่ชีวิตเราก็หนีความรู้ที่ทำให้เราอยู่บนโลกนี้ได้อย่างมีความสุขไม่ได้เช่นกัน แต่จากประสบการณ์ส่งเสริมการจัดการความรู้ในบ้านเรา  หลุมพรางใหญ่ไม่ใช่ “เทคนิค” หรือ “วิธีการ” ของการจัดการความรู้   ไม่ว่าเครื่องมือใดๆ เมื่อนำเข้ามาในองค์กร  ถูกนำเข้ามาในฐานะ  “ภาระ”   ใหม่ของคนทำงาน  เราจึงต้องเจอกับอาการต่อต้านของคนหน้างาน …